ประสบการณ์ชีวิตสอนให้คิดดีของ ‘มิ้น เจริญพร แก้วมโนรมย์’

ประสบการณ์ชีวิตสอนให้คิดดีของ ‘มิ้น เจริญพร แก้วมโนรมย์’

Thai Idol ในหมวดกำลังใจวันนี้เป็นทีของ Working Woman สุดแกร่งอย่างคุณ ‘มิ้น เจริญพร แก้วมโนรมย์’ ผู้ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นนักวิจัยการตลาดให้แก่บริษัทชั้นนำของโลกอย่าง Telenor วันนี้ Thai Idol จะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงเรื่องราวความแกร่งของคุณมิ้น อุปสรรคที่เธอต้องฝ่าฟันและแนวคิดสุดแสนจะไม่ธรรมดา เชื่อว่าเรื่องราวของคุณมิ้นจะสามารถเป็นกำลังใจให้ใครหลายคนลุกขึ้นสู้ได้อย่างแน่นอน ไปฟังบทสัมภาษณ์ของเธอกันดีกว่าค่ะ!

mint001

แนะนำตัว

“มิ้นจบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมหิดล คณะอินเตอร์ สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ และได้รับรางวัล MUIC Outstanding Alumni 2015: Rising Star

จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของสวีเดน ชื่อ Chalmers University of Technology ในสาขา Intellectual Capital Management โดยได้รับทุนฟรีให้เปล่าจาก Sievert Larsson Foundation”

mint002mint003mint004

“ปัจจุบันมิ้นเป็นนักวิจัยการตลาด ศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มคนที่ใช้โทรศัพท์ โดยใช้ความรู้ด้านสถิติมาคิดวิเคราะห์ว่าในตลาดมีกลุ่มคนกี่ประเภท ซึ่งสามารถแบ่งตามสถิติประชากร (demographics) ด้านพฤติกรรมการบริโภค ค่านิยม ความต้องการส่วนตัวในการใช้โทรศัพท์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า market segmentation”

“โดยทั่วไปบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่จะลงทุนมหาศาลให้กับการวิจัยด้านการตลาด เพื่อศึกษาว่าปัจจัยด้านไหน ไม่ว่าจะเป็นด้าน macro หรือ micro มีผลต่อการตัดสินใจ เลือกซื้อ รับข้อมูล เกี่ยวกับการใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์หรือการสื่อสารโทรคมนาคมด้านต่างๆ (mobile internet, Wifi, Device, Satellite, และอื่นๆ) เพื่อที่ว่าทางทีมการตลาดจะได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ ทำ brand positioning และ communication ที่ถูกต้องตามความต้องการของผู้ใช้ได้ เช่นในปัจจุบัน เราจะเห็นว่ามีแพกเกจโทรศัพท์สำหรับการใช้งาน internet แบบไม่จำกัด หรือ การใช้ Facebook ฟรี ทั้งนี้เพื่อตอบสนองกลุ่มคนผู้ใช้อายุน้อย หรือผู้ที่ชื่นชอบการใช้ social network ใช้ Internet สำหรับ Youtube streaming ดูข่าว เช็กอีเมลล์ หรือกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน”

“มิ้นทำวิจัยการตลาดให้กับ Telenor ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัททางคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในโลก Telenor ก่อตั้งมาจากประเทศนอร์เวย์ มีบริษัทลูกอยู่ตามประเทศต่างๆ อยู่ 13 ประเทศทั้งในยุโรปและเอเชีย ซึ่งในประเทศไทย เราจะรู้จักกันดีในนาม DTAC ด้วยความที่ Telenor เป็นบริษัทแม่ที่อยู่ไกลถึงนอร์เวย์ Telenor จึงมีทีม Regional ซึ่งคอยตรอจสอบการทำงานของบริษัทลูก เรียกว่า Telenor Group  มิ้นทำงานให้กับ Telenor Group มาเกือบสองปีแล้ว  โดยที่ผ่านมาได้ทำวิจัยให้ประเทศ นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ บัลกาเรีย เซอร์เบีย มอนเตรเนโก ไทย พม่า ปากีสถาน บังกลาเทศ และมาเลเซีย”

mint005mint007mint006

การได้ทำงานในบริษัทใหญ่อย่าง Telenor คือสิ่งที่ใฝ่ฝันหรือเปล่า

“เกินฝันเลยค่ะ คือตอนที่มิ้นเรียน BBA ที่มหิดล โชคดีที่มหาวิทยาลัยให้โอกาสไปดีเบทเข้าร่วม ASEAN conference ไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ ดังนั้นมิ้นจะชอบการทำงานกับคนที่หลากหลาย แตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม มิ้นตั้งใจเสมอว่ามิ้นอยากทำงานในที่ที่ได้เรียนรู้ตลอดเวลา เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่แบบไม่หยุดนิ่ง ได้เดินทาง เปลี่ยนสภาพแวดล้อม ไปในที่ที่ไม่เคยไป เจอคนที่ไม่เคยเจอ และงานที่มิ้นทำต้องสร้างความแตกต่างและประโยชน์แก่สังคมหมู่มาก หรือสร้าง Impact นั่นเอง เรียกได้ว่า Telenor ตอบโจทย์ทุกอย่าง”

mint009mint008

“Telenor เป็นบริษัทที่ลงทุนกับคน คือให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถของพนักงานในทุกๆ ระดับ และเป็นบริษัทที่สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับสังคม เช่นซิมการ์ดที่เราหาซื้อได้ตามเซเว่นในราคา 50 บาท ในพม่าเมื่อสิบ ปีที่แล้ว มีราคาถึง 2500-3000 ดอลลาร์ต่อซิมการ์ด นั่นหมายถึงมีเพียงคนรวยเท่านั้นที่สามารถใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ การที่ Telenor เข้าไปเปิดตลาดในพม่า ทำให้คนทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงสัญญาณอินเตอร์เนต และสัญญาณโทรศัพท์ได้โดยไม่มีต้องมีเงินมหาศาล”

“มิ้นทำงานที่นี่เหมือนไม่ได้มาทำงาน แต่เหมือนมาใช้ชีวิตกับอีกหนึ่งครอบครัว เพื่อนร่วมงานที่นี่ เปรียบเสมือนครู เพื่อน พี่ๆ น้องๆ ก็เป็นได้ ทุกคนมีความสุข เห็นค่าและรักในสิ่งที่ตัวเองทำ คิดบวก ที่สำคัญแต่ละคนให้เกียรติและนับถือซึ่งกันและกันมาก เรียกได้ว่า บริษัทได้สร้างวัฒนธรรมองค์กรไว้ได้ดีมาก”

mint010mint011mint014mint013mint012

ทำงานกับคนต่างชาติแตกต่างกับคนไทยยังไง ต้องปรับตัวไหม

“แต่ละประเทศก็จะมีความแตกต่างกันไป ที่จริงมิ้นปรับตัวกับทุกประเทศเลย ขนาดประเทศไทยมิ้นก็ปรับอยู่ตลอดเวลา อิอิ… คือ อย่างคนยุโรปเหนือ เช่น สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก มิ้นมีความประทับใจในการทำงานกับคนที่นู่นมาก ทุกคนทำงานรับผิดชอบงานของตัวเองเป็นอย่างดี คือทุกฝ่ายไว้ใจกัน นับถือ และซื่อสัตย์ต่อกัน อายุไม่ใช่ปัญหาเลย ทุกคนให้เกียรติกันมากๆ อย่างคนแถบ เอเชียใต้ ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน จะเน้นการทำงานที่ไปทางการสื่อสารเป็นส่วนใหญ่ ทุกคนอยากแสดงความคิดเห็น เราต้องจับใจความให้ได้ เพราะการสื่อสารหรือการอภิปรายย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อีกทั้งบางครั้งชอบเสนอแต่ไม่ชอบทำ หากไม่มีการตกลงหรือวางแผนกันอย่างดี ความคลาดเคลื่อนความล่าช้าเกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ

ยิ่งไปกว่านั้น คนทำงานที่นู่นส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มีผู้หญิงจำนวนน้อยมากที่เป็นชนชั้นทำงาน ดังนั้นเรียกได้ว่า การสร้างความน่าเชื่อถือทางการทำงานในฐานะผู้หญิงไทยอายุน้อยที่เข้าไปดูงานและทำงานร่วมกับคนที่นั่นเพียงคนเดียวเรียกได้ว่าท้าทายมาก แต่ก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ส่วนแถบใกล้บ้านเรา พม่า มาเลเซีย จะคล้ายๆ กับประเทศไทย คือจะแสดงความคิดเห็นน้อย ทุกคนจะเน้นทำมากกว่าพูด และจะพยายามหลีกเลี่ยงข้อโต้แย้ง ทุกคนยิ้มแย้มใจดี เรียกได้ว่าแต่ละประเทศมีอะไรให้เรียนรู้ต่างกันไป”

mint015
mint019

กว่าจะมาถึงวันนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

“คือแต่ละช่วงของชีวิตจะเจอปัญหาที่แตกต่างออกไป เช่นตอนเด็ก มิ้นไม่ใช่คนที่เก่งมากมาย เป็นโรคประจำตัวโรคชักตั้งแต่เด็ก ซึ่งหมอก็บอกว่าสมองช้ากว่าคนทั่วไป วันๆ ก็กินยา กินข้าว นอน ตัวก็เลยอ้วน อิอิ ซึ่งก็ได้รับแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมสังคมมากพอสมควรเกี่ยวกับโรคประจำตัวนี้ อีกอย่างมิ้นมีฝาแฝด และฝาแฝดมิ้นผอม ดังนั้นทุกคนจะเรียกฝาแฝดเลข 10 คือมิ้นอ้วนกลมเหมือนเลข 0 แล้วเขาสวยผอมเหมือนเลข 1 นึกแล้วก็ขำ”

mint017

“พอโตขึ้นมา ชีวิตก็มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีอุปสรรคมาทักทายเป็นครั้งครา เช่นตอนใกล้เรียนจบ ตั้งใจมากกับการเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อนๆ ทุกคนก็เตรียมพร้อมกันหมด แต่ขณะนั้นที่บ้านประสบปัญหาการเงิน ซึ่งก็เป็นการเกิดขึ้นแบบกะทันหันและไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นคนโชคดีมากที่มิ้นตั้งใจเรียนและทำกิจกรรมมาตลอด ทำให้มาได้ทุนเรียนเต็มจากประเทศสวีเดนทันเวลาพอดี ที่สำคัญคือเป็นทุนให้เปล่า ทำให้สามารถใช้ชีวิตตามที่ตั้งใจไว้ได้ พอเรียนตรีจบก็เลยได้ไปเรียนต่อทันที”

mint0018

“พอเข้าสู่ชีวิตการทำงานก็มีอุปสรรคมาวัดใจปะปราย  มิ้นเริ่มทำงานที่เมืองไทย เป็นบริษัทวิจัยการทำงานอันดับหนึ่งของโลกสัญชาติอเมริกาชื่อ The Nielsen เรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนชั้นดีที่สอนเรื่องความอดทน คือมิ้นทำงาน ถามว่าหนักไหม อันนี้ตอบไม่ได้จริงๆ แต่คือวันธรรมดานี่หมดไปกับการทำงาน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ก็ทำงานเช่นกัน คือทำตลอดเวลา ทำยังไงก็รู้สึกงานไม่เสร็จ ตอนนั้นรู้สึกท้อมากเพราะไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย แต่ก็รู้เป้าหมายตัวเองว่าทำไปเพราะอะไรและต่อมาไม่นานก็มาได้งานที่ Telenor”

เหตุการณ์ที่เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าที่สุด

“ที่จริงมีประสบการณ์ที่ล้ำค่าเกิดขึ้นกับมิ้นหลายครั้ง แต่ประสบการณ์ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดคือตอนที่ถูกส่งไปที่ปากีสถานเป็นเวลา  1 เดือนเต็มคนเดียว ต้องทำงานกับคนที่นู่นอย่างใกล้ชิดทุกวัน ประชุม พรีเซนท์ วิเคราะห์ข้อมูลส่งทีม Marketing ทุกวัน ต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันกับงานของเรา งานนี้เป็นงานที่ท้าทายมาก ด้วยตัวเนื้องานและเรื่องของคน ณ ตอนนั้นปากีสถานเป็นประเทศที่ 2 ที่มิ้นต้องรับผิดชอบงานคนเดียว คือทำคนเดียว ลุยเดี่ยว แล้วต้องไปทำงานกับผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง และฝ่ายผู้เชี่ยวชาญด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าความกดดันหลายด้าน อีกทั้งคนปากีสถานที่ทำงานให้ Telenor เป็นคนมีศักยภาพสูงมาก เพราะ Telenor เป็น First Employer ของที่นู่น ทุกคนแข่งขันเพื่อให้ได้ทำงานที่ Telenor เราจะทำงานพลาดไม่ได้ ประกอบกับที่ปากีสถานมีเรื่องความแตกต่างทางความอาวุโสและความเหลื่อมล้ำทางเพศยังมีอยู่ คือเป็นประเทศที่ผู้ชายมีการศึกษาและเป็นใหญ่ ซึ่งแน่นอนจำนวนผู้หญิงอยู่ในองค์กรที่อยู่ในชนชั้นทำงานน้อยมาก ความท้าทายในการทำงานคือ ทำยังไงให้เขาฟังและเชื่อถือในงานของเรา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเรา”

mint021mint022

“นอกจากความท้าทายทางการทำงาน  การใช้ชีวิตที่นู่นไม่ใช่เรื่องง่าย เรียกได้ว่าเป็นปัญหาหลักๆ ของการอยู่ที่นู่นในแต่ละวัน คือประเทศปากีสถานถือว่าเป็นประเทศที่มีการก่อการร้ายอยู่เรื่อยๆ ผู้หญิงต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ถูกอนุญาตให้มาเดินหรือทำกิจกรรมข้างนอกตามลำพัง ดังนั้นตอนนั้นชีวิตส่วนใหญ่คือมีแค่ไปออฟฟิสและกลับโรงแรม มีเพื่อนที่เห็นกันทุกวัน 2 คน คือ บอดี้การ์ด และคนขับรถ จะไปไหนต้องขออนุญาต ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้ไป เรียกได้ว่า เป็น 1 เดือนที่ยาวนานมาก นี่ยังไม่รวมเหตุการณ์ที่ขณะทำงาน พรีเซนท์งานอยู่ เกิดแผ่นดินไหวขึ้น และทุกคนต้องถูกอพยพออกจากที่เกิดเหตุ โชคดีที่รอดมาได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น พอมองย้อนกลับไปมีความสุขมาก เพราะเป็น 1 เดือนที่ได้เรียนรู้มากถึงมากที่สุด หลักๆ คือ เรียนรู้ที่จะอดทนอดกลั้น เอาชนะความกลัว พึ่งตนเอง ฝึกจิตใจให้แข็งแกร่ง และมีสติในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เรียกได้ว่าหลังจากปากีสถาน  ทำให้มิ้นเป็นคนกล้าหาญมากขึ้น กล้าพุ่งชนปัญหาด้วยตนเอง”

mint023mint026
มีวิธีในการจัดการกับปัญหาและอุปสรรคยังไง

“อันนี้สำคัญมาก มีแค่ 2 วิธีซึ่งมิ้นใช้ได้ผลตลอด คือ คิดบวก และ มีที่ปรึกษาที่ดี คือเวลาเจอปัญหาเราต้องเริ่มจัดการกับมุมมองความคิดตนเอง คิดว่าปัญหาไม่ใช่ปัญหา ปัญหานั้นเล็กน้อยมาก หรือยังไงๆ ปัญหานั้นต้องมีทางออก เชื่อว่ายังไงเราต้องสามารถผ่านพ้นไปได้ เชื่อไหม มิ้นคิดอย่างนี้เสมอ แล้วมิ้นก็ผ่านพ้นเหตุการณ์หนักๆ มาได้จริงๆ ความคิดสำคัญมาก เราจะแพ้หรือชนะก็อยู่ที่ความคิด คือถ้าคิดว่ายอมแพ้ เราแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำ แต่ถ้าคิดว่าเราทำได้ หาข้อดีในสถานการณ์นั้นๆ เรามีชัยไปกว่าครึ่ง”

“แต่ถ้าในกรณีที่ปัญหานั้นยิ่งใหญ่มาก และเราไม่เคยประสบมาก่อนและรู้สึกว่าเกินความสามารถที่เราจะรับได้จริงๆ เราต้องขอคำปรึกษาจากคนที่มีประสบการณ์หรือความรู้มากกว่าเรา คนที่เรานับถือ คนที่หวังดีกับเรา คนผู้นั้นอาจจะเป็น เจ้านาย พ่อแม่ ครู รุ่นพี่ หรือใครก็ได้ที่เรารู้สึกว่าเราชื่นชมในความคิดและการดำเนินชีวิตของเขา คนเหล่านั้น เราเรียกว่า mentor เขาผ่านอะไรมาเยอะกว่าเราและสามารถแนะแนวทางเราได้ จำไว้ นักกีฬาที่เก่ง ต้องมีโค้ชที่ดีอยู่เบื้องหลัง”

mint025

mint024

สิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรามาถึงจุดนี้ได้

“ต้องขอขอบคุณครอบครัว และเจ้านายค่ะ”

“คือมิ้นโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่ทำงานหนัก ที่บ้านมิ้นทำโรงงานหล่อพระ พ่อแม่ต้องดูแลคนงานหลายสิบคน ดังนั้นพ่อแม่มิ้นจะไม่มีอารมณ์มานั่งสอนการบ้าน ถามไถ่อะไรมากมาย พ่อแม่มิ้นเป็นนักธุรกิจ SME แบบคนสมัยก่อน ดังนั้นด้านการเรียน การศึกษา ก็จะไม่ค่อยชำนาญ แม่จะบอกเสมอ เลือกที่ชอบแล้วอย่ากลับมาโทษ ฮ่าๆๆๆ ด้วยความที่พ่อแม่มิ้นท่านยุ่งมาก มิ้นเลยมีคนเลี้ยงดูอีกคนหนึ่ง แกเป็นคนจิตใจดี ซื่อๆ มาจากต่างจังหวัดไม่ได้เรียนจบสูงอะไร ครอบครัวแกให้ความรักและเชื่อมั่นในตัวมิ้นมาก ซึ่งมิ้นมองว่ามิ้นโชคดีมากที่เกิดมาในครอบครัวนี้ คือมิ้นได้อิสระในความคิดและได้กำหนดการใช้ชีวิตด้วยตัวเองผ่านการสนับสนุนของครอบครัวอย่างเต็มที่ อีกทั้งได้เห็นชีวิต ความเป็นอยู่ของคนงานที่ทำงานหนักๆ ว่าเขาต้องต่อสู้หนักกว่าเราแค่ไหนเพื่อครอบครัวของเขา คือมิ้นเห็นความแตกต่างมากมายในสิ่งแวดล้อมที่มิ้นโตขึ้นมา และทำให้มิ้นเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ อีกทั้งเรียนรู้ที่จะเข้าใจ นับถือและให้เกียรติกับคนทุกระดับ”

“สำหรับเจ้านายคนที่รับมิ้นทำงานที่ Telenor ต้องบอกว่า เขาให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับเด็กธรรมดาคนนี้มาก เจ้านายมิ้นคนนี้ มีความไว้วางใจ และให้โอกาสมิ้นในการเติบโตทางด้านการงานมากๆ เขาเป็นคนมีความรู้ความชำนาญในหน้าที่การงาน มีความกระตือรือร้น มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและเป็นคนที่มีน้ำใจกับคนรอบข้าง เรียกได้ว่ามีแต่คนนับถือ ยอมรับ เป็นที่รักของทุกคน มิ้นโชคดีมากที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้งานกับเจ้านายคนนี้ มิ้นไม่ได้เพียงแค่เรียนรู้งานจากเขา แต่เรียนรู้วิธีการใช้ชีวิต การวางตัว การปฏิบัติตนต่อผู้อื่น”

mint027mint028

หนังสือเล่มโปรดที่อยากแนะนำให้ทุกคนอ่าน

“มีหนังสือหลายเล่มที่ชอบ และอ่านซ้ำหลายรอบ แต่เล่มแรกที่มิ้นจับและชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิต คือ The 7 Habits of Highly Effective Teens เขียนโดย Sean Covey มิ้นอ่านตอนมิ้นอยู่มัธยมชั้นปีที่ 4 อ่านเสร็จปุ๊ป มิ้นลาออกจากโรงเรียน สอบเทียบ และเข้ามหาลัยเลย คือผู้เขียนได้บอกแนวทางในการเป็นวัยรุ่นที่น่าชื่นชม ประสบความสำเร็จ ทำอย่างไรให้ต่อสู้สภาวะกดดันอิทธิพลรอบข้างขณะที่เราเป็นวัยรุ่น วิธีในการค้นหาเป้าหมายชีวิต ทำตามฝัน และเอาชนะใจผู้ใหญ่รอบข้างได้ หนังสือเล่มนี้อ่านแล้วเข้าใจง่าย เพราะผู้เขียนพยายามแก้ไขจากจุดบกพร่องของหนังสือ The 7 Habits of Highly Effective People ซึ่งเขียนโดยพ่อของเขาเอง ซึ่งมีความซับซ้อนมาก”

“แต่ถ้าใครไม่ชอบหนังสือแปล มิ้นแนะนำหนังสือที่เขียนโดยคนไทย คุณบัณฑิต อึ้งรังษี ซึ่งให้กำลังใจและแนะแนวทางกฏแห่งความสำเร็จที่ดีได้ไม่แพ้กัน หนังสือที่มิ้นชอบคือ 30 วิธีเอาชนะโชคชะตา คุณบัณฑิตเป็นคนคนหนึ่งที่มิ้นชื่นชม เพราะเขาเป็นคนไทยที่ไปดังระดับโลกในสายอาชีพที่คนไทยไม่ค่อยมีความเข้าใจหรือสนับสนุนนัก เรียกได้ว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแบบ self-made และลุยเดี่ยวในต่างแดนด้วยตัวเอง”

7habits

หากอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต ควรมีอุปนิสัยอะไรติดตัว

“เปิดใจให้กว้างที่จะเรียนรู้กับสิ่งรอบตัว คิดให้ต่างจากคนส่วนใหญ่ ทำงานให้หนัก และอย่ายอมแพ้ ถ้ามี 4 ข้อนี้ มิ้นเชื่อทำอะไรก็สำเร็จ

การที่เราเปิดใจเรียนรู้ เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองในการพัฒนาตัวเอง เอาตัวเองไปอยู่ในที่แห่งโอกาสซึ่งอาจจะมาจากคนรอบตัวหรือสิ่งแวดล้อมใหม่ๆก็เป็นได้

ถ้าเราไม่อยากมีชีวิตที่ธรรมดาเหมือนคนส่วนใหญ่ เราต้องคิด และทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนเหล่านั้น การกระทำที่แตกต่างจะนำมาสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่าง ดังนั้นเรียนรู้จากคนสำเร็จ และนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง

ทำงานให้หนัก เป็นองค์ประกอบหลักของความโชคดี  การทำงานหนักเป็นการเตรียมความพร้อมตลอดเวลา เมื่อโอกาสมาถึงและเจอกับการเตรียมพร้อม เราจะกลายเป็นคนโชคดี อย่าลืมว่าไม่มีความสำเร็จยิ่งใหญ่ใด ได้มาชั่วข้ามคืน ทุกอย่างต้องใช้ความพยายาม การทุ่มเท การเสียสละ

เวลาเจอปัญหา ไม่ว่าจะหนักหน่วงแค่ไหน ถ้าเราสู้ไม่ถอย ยืนหยัดที่จะเผชิญหน้า ยังไงเราก็จะผ่านพ้นไปได้  และเราก็จะก้าวข้ามผ่านความท้าทายนั้นและกลายเป็นความสำเร็จลุล่วงในที่สุด”

mint016

คติหรือ motto ในการใช้ชีวิต

” “Nothing in this world can take the place of persistence. Talent will not, genius will not, education will not.” จาก Calvin Coolidge มิ้นเชื่อเสมอว่า พรสวรรค์ ความฉลาด หรือ การศึกษาที่เพียบพร้อม ไม่สำคัญเท่าความอดทนและความพยายามที่ไม่สิ้นสุด”

เป้าหมายถัดไปคือ

“มิ้นอยากทำหน้าที่ ณ ตรงปัจจุบันให้ดีที่สุด เป็น Senior ด้านที่มิ้นทำอยู่ และตั้งใจอยากทำโปรเจคให้กับประเทศที่ยังไม่มีโอกาสได้เข้าไป ได้แก่ บังกลาเทศ อินเดีย เซอเบีย และ ฮังการี มากไปกว่านั้น อยากนำความรู้ที่มี มาสร้างโอกาสให้กับสังคมรอบข้าง มิ้นตั้งใจจะเปิดองค์กรการศึกษา แนะแนวทางการเรียนให้กับน้องๆ มัธยมและมหาลัยที่อยากจะศึกษาต่อต่างประเทศและทำงานที่ฝันในต่างประเทศ”

calvin

ฝากถึงคนที่ยังไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ยังเรียนอยู่ หรือคนที่อยากประสบความสำเร็จ

“คือมิ้นเองก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรขนาดนั้นนะ ก็ยังเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ยังต้องเรียนรู้ตลอดเวลา มิ้นเชื่อว่าน้องๆ ทุกคนเป็นได้อย่างมิ้น หรือ เป็นได้ยิ่งกว่ามิ้นอีก ขอแค่ให้คิดว่า ตนเองนั้นสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ไม่มีขีดจำกัด เพียงแค่มีความตั้งใจ ทุ่มเท และให้เวลากับสิ่งนั้นๆ อย่าลืมว่าไม่มีใครมาห้ามเรา หรือ มาตัดสินใจแทนเราได้ถ้าเรามีความมุ่งมั่นและมีความฝันที่ใหญ่พอ ขอให้เริ่มตั้งเป้าหมายในชีวิต วางแผนแนวทาง และลงมือทำทันที ความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตนะจ๊ะ”

mint

สุดยอดไปเลยใช่ไหมคะ! ทีมงานฟังแล้วรู้สึกหึกเหิมและมีกำลังใจขึ้นมาทันที นับว่าบทสัมภาษณ์ของสาวแกร่งคนนี้จะสามารถเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้หลายคนได้แน่ๆ ใครตั้งใจจะทำอะไรก็ลงมือเลยดีกว่า หากเราแน่วแน่ที่จะทำนั้นอย่าไปกลัวอุปสรรคจะมาขวางกั้นเด็ดขาด! งานนี้ก็ต้องขอขอบคุณคุณ ‘มิ้น เจริญพร แก้วมโนรมย์’ ที่ให้เกียรติมาสัมภาษณ์กับ Thai Idol ด้วยนะคะ

ไอดอลวันหน้าจะเป็นใครนั้น อย่าลืมติดตามนะคะ!

ไอดอลสวยน่ารัก CLICK

ไอดอลเซ็กซี่ CLICK

ไอดอลแรงบันดาลใจ CLICK

ไอดอลตลก CLICK

ไอดอลหมวดอื่นๆ CLICK

อยากเป็นไอดอล แนะนำไอดอล ส่งมาหาเราตามที่อยู่ด้านล่าง

http://www.thaiidol.com/idolcasting/คลิกที่นี่ หรือผ่านทาง th_minisetaFacebook : Thai Idol

สงวนลิขสิทธิ์ห้ามคัดลอกบทความไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก www.thaiidol.com