เปิดใจ ‘แม่เดีย’ กับวิธีเลี้ยงลูกให้ปังสไตล์คุณแม่ต่างแดน

เปิดใจ ‘แม่เดีย’ กับวิธีเลี้ยงลูกให้ปังสไตล์คุณแม่ต่างแดน

Thai Idol ในวันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของคุณแม่คนเก่งสัญชาติไทยที่ไปอยู่เยอรมันอย่าง ‘แม่เดีย’ แห่งเฟสบุ๊ค ‘Nadine Daniel’ ซึ่งถ้าใครได้มีโอกาสได้ติดตามเรื่องราวของน้องนาดีนและดาเนียลก็คงจะต้องประทับใจในความฉลาดและเก่งกาจ ไม่ว่าจะเป็นการพูดได้ถึง 3 ภาษาตั้งแต่อายุยังน้อย หรือจะเป็นการเข้าครัวช่วยคุณแม่ทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว วันนี้เรามีผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเรียนรู้ของน้องนาดีนและดาเนียลมาฝากกัน ชีวิตการเลี้ยงลูกในต่างแดนนั้นจะเป็นอย่างไร ไปฟังบทสัมภาษณ์จากแม่เดียกันเลยดีกว่าค่ะ

คุณแม่เดีย และ นาดีน (ลูกสาว) กับ ดาเนียล (ลูกชาย)

dia001

จุดเริ่มต้นของแฟนเพจ

“จริงๆ จุดประสงค์ในการทำแฟนเพจ แม่เดียต้องการเก็บความทรงจำ ประสบการณ์ เรื่องราวในการเลี้ยงลูกและทำกิจกรรมกับลูกๆ และหวังว่าสิ่งที่เรากำลังทำจะเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถแชร์แบ่งปัน เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ดูแลและทำกิจกรรมใกล้ชิดกับลูกให้ได้มากที่สุด เพราะในยุคปัจจุบัน สังคมยุคโซเชี่ยลและอินเตอร์เน็ตมีบทบาทเข้ามาใกล้ชิดเกินคำว่าครอบครัว

บางครอบครัวโยนไอแพด โยนอินเตอร์เน็ตให้เป็นพี่เลี้ยง เพื่อพ่อ แม่ จะได้สบาย พักผ่อน… พอลูกอยู่กับอินเตอร์เน็ตมากเกินไป ผลเสียตามมามากอย่างแน่นอน ไม่ว่าระบบความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างใกล้ชิด มันก็จะหายไป การพูดคุย ระบบทักษะประสาทสัมผัส สายตา สมอง จิตใจ มีผลกระทบอย่างมากแน่นอน… แม่เดียยอมรับว่าที่บ้านในครอบครัวก็เล่นอินเตอร์เน็ตกันทุกคน ด้วยงานของสามีที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตและมือถืออยู่ตลอด และในตัวเองแม่เดียยังใช้งานอินเตอร์เน็ตในด้านเรียน ค้นคว้า หรือมีด้านการใช้คลิปมือถือ ถ่ายทอดแบ่งปันการทำอาหาร สูตรอาหาร ตอบปัญหาแม่ๆ ในกลุ่มต่างๆ เรื่องเลี้ยงลูก หรือปัญหานานาก็ยังต้องใช้อินเตอร์เน็ต ดังนั้นในชีวิตประจำวันยังคงมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้อง

ซึ่งถ้าเราเป็นพ่อแม่ เป็นตัวอย่างแล้ว หากเรามีความจำเป็นต้องทำ… แม่เดียบอกตัวเองเสมอว่าต้องควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตในครอบครัวให้ได้ เช่น ใน 1 วัน ให้ลูกๆ ดูหรือเล่นไอแพดได้คนล่ะ1-2ชม. (ซึ่งถือว่ามากพอ) สิ่งที่ลูกดู พ่อแม่จะต้องรับรู้ว่าลูกกำลังดูอะไร เพราะวัยเด็กไม่สามารถรู้ได้เองว่าสิ่งไหนดีไม่ดีแค่ไหน อย่างไร แม่เดียพยายามเป็นแม่ทางสายกลาง (นิยามใหม่?) คือไม่เคร่งครัดลูกจนเกินไป.. ไม่ละเลยหละหลวมกับลูกจนเกินไป.. นั่นคือสิ่งที่พยายามอยากถ่ายทอดหรือปรึกษาแชร์แบ่งปันปัญหาและเป็นที่มาของแฟนเพจค่ะ”

คุณแม่เดียคนสวย

din030 din025 din024 din023

dia004เลี้ยงลูกยังไงให้ได้พูดได้หลายภาษา

“สามีแม่เดียเป็นชาวเยอรมัน เรื่องภาษาเยอรมันเป็นหน้าที่ของพ่อและทางโรงเรียนเพราะนาดีนและดาเนียลเรียนที่เยอรมัน ใช้ภาษาเยอรมันอยู่แล้วค่ะ แม่เดียจะรับผิดชอบส่วนด้านภาษาไทย ซึ่งมันยากในการฝึกลูกพูดให้ชัดทั้งสำเนียง การออกเสียง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคนเป็นแม่

การฝึกภาษาให้ลูก ก่อนอื่นแม่ต้องพยายามสานสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกให้ได้มากที่สุด ทำกิจกรรมกับลูก พูดและฝึกให้เขาพูดโต้ตอบกับเรา ถ้าเขาใช้คำไม่ถูกหรือตอบภาษาอื่นกลับมา เทคนิคแม่เดียคือแม่เดียจะบอกเขาว่า แม่ฟังไม่เข้าใจ ให้เขาตอบภาษาไทย ถ้าไม่รู้ก็สอนเขาให้ถามว่าคำนี้ในภาษาไทยพูดและแปลว่าอย่างไร แล้วให้ลูกพูดตามเราออกเสียง นาดีนและดาเนียลพูดไทยค่อนข้างชัด เพราะแม่เดียพยายามให้เขาพูดไทยตอบโต้กับแม่ ทุกครั้งที่ว่างเราสามคนจะมาเล่นเกมส์ทายคำศัพท์ภาษาไทย เยอรมัน และอังกฤษ

นาดีน (ลูกสาวย่างเข้า 10 ขวบ) พูดได้ 3 ภาษา คือไทย เยอรมัน และอังกฤษ และกำลังฝึกภาษาอีสานเพราะแม่เดียเป็นคนอุดรค่ะ แน่นอนภาษาเยอรมันได้จากโรงเรียนและพ่อ ภาษาไทยจากแม่เดีย แล้วภาษาอังกฤษล่ะ? จุดเริ่มต้นการฝึกพูดภาษาอังกฤษของนาดีนคือ นาดีนฝึกพูดจากยูทูปค่ะ หลายๆ คนคิดว่าเราในครอบครัวคุยภาษาอังกฤษ จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย นาดีนเหมือนเด็กทั่วๆ ค่ะ คือเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนแต่ทุกคนก็ไม่สามารถพูดได้ เช่นเด็กๆ ทุกคนเรียนวิชาการที่โรงเรียน ถ้าหากเราไม่นำมาใช้ มาฝึกฝน ก็จะปฏิบัติไม่ได้ อันนี้เรื่องจริงของทุกๆ ทฤษฎี  หากไม่ปฏิบัติก็ไม่เกิดผลใดๆ เหมือนแม่เดียเรียนเยอรมันมาสิบปีแต่ไม่พูดเลยก็เปล่าประโยชน์ค่ะ ดังนั้นแม่เดียเองก็เริ่มฝึกพูด เริ่มนำเอาสิ่งที่เรียนมาใช้เหมือนกันค่ะ”

สองพี่น้องผู้น่ารัก นาดีนและดาเนียล

din010

“นาดีนฝึกภาษาจากยูทูป ตามคลิปวัยรุ่นที่สอนแต่งหน้า ทำอาหาร หรือทำขนม นั่นที่แม่เดียเคยกล่าวไปข้างต้นเรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตให้ได้ประโยชน์ แม่เดียพยายามให้ลูกดึงประโยชน์จากสิ่งที่กำลังดูในอินเตอร์เน็ตและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จากการได้ทักษะภาษา การทำอาหารหรือขนม อาจจะมีอนุญาตให้ดูสิ่งบันเทิงเล็กน้อยตามประสาวัยเด็กบ้าง (แต่ต้องไม่มีเนื้อหารุนแรงเกินไป) ส่วนภาษาอีสานที่เห็นตามคลิปทำอาหารต่างๆ นาดีนกำลังฝึกหัดพูด ยังไม่เก่ง ยังไม่คล่อง แต่หลายคนอาจจะเห็นว่าออกสำเนียงอีสานได้ชัด เพราะแม่เดียให้ฝึกออกสำเนียงอีสานอย่างถูกต้องและชัดเจนเหมือนภาษาอื่นๆ ที่ฝึกมา

ส่วนดาเนียล (ลูกชายย่างเข้า 6 ขวบ) พูดภาษาไทยและเยอรมัน ส่วนอังกฤษและอีสานต้องรอสักพักค่ะ ส่วนเพิ่มเติมด้านการอ่านและเขียนภาษาไทย ยังคงเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เพราะจริงๆ หลักไวยากรณ์ภาษาไทยของเราก็ไม่ได้ง่ายกว่าภาษาอื่นเลย ยากเหมือนกัน นาดีนพออ่านไทยได้คำง่ายๆ ที่ไม่มีตัวสะกด เช่น ตา ใจดี มี นา อย่างนี้เป็นต้นค่ะ

อยากฝากเรื่องสอนภาษาไทยลูกสำหรับแม่ไทยในต่างแดน ภาษาไทยติดที่ตัวเราและปากของเราเองโดยที่เราไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มเติมที่ไหน ไม่ต้องใช้เงินสักบาท สิ่งที่แม่ต้องใช้คือความใส่ใจ ใจแข็ง อดทน ไม่ขี้เกียจที่จะพูดไทยกับลูก ความขี้เกียจทำประโยชน์และความสามารถที่เราจะถ่ายทอดให้ลูกหายไป แทนที่ลูกมีเลือดไทยแต่กลับพูดไทยไม่ได้ มรดกผลประโยชน์ที่ลูกจะได้รับการเป็นเด็ก 2 ภาษา ที่ได้ทั้งภาษาพ่อและแม่กลับหายไปเพราะความขี้เกียจของแม่ การพูดได้สองภาษามันดีกว่าหนึ่งภาษาอยู่แล้วค่ะคงไม่ต้องบอกว่าดีอย่างไร แม่เดียอาจจะพูดตรงชัดเจนเกินไป อาจจะทำให้ใครไม่พอใจ แต่เจตนาอยากให้กำลังใจแม่ๆ ทุกคนให้อดทนในการเลี้ยงลูกให้พูดคุยใช้ภาษาไทย แม่เดียกับลูกๆ พวกเราไม่ใช่คนเก่งหรืออัจฉริยะเกินกว่าใคร ดังนั้นแม่เดียร์ทำได้ แม่คนอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกันค่ะ แค่เราใส่ใจอย่าหาข้ออ้างต่างๆ นานามาปิดกั้นความสามารถของเรา”

din029 din027 din007

เริ่มฝึกให้ลูกทำอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่

“แม่เดียเริ่มฝึกนาดีน ดาเนียลให้ทำอาหารแบบง่ายๆ ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จุดเริ่มต้นคือ เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เราถูกดูแลแบบให้ดูแลตัวเองได้ตั้งแต่เด็กและเห็นเด็กที่บ้านนอกเขาทำได้ ดังนั้นเลยนำเอามาเป็นแนวคิดว่า เด็ก 4 ขวบสามารถทำอะไรได้แล้วบ้าง เลยลองเล่นและพยายามหาเทคนิคง่ายๆ ให้เขาสนใจในการทำอาหารง่ายไว้กินเองได้ ได้ช่วยเหลือตัวเองได้ และชื่นชมเขา ให้กำลังใจเขาเวลาที่เขาทำอะไรและช่วยเหลือตัวเองได้

แรกๆ ให้ทำขนมปังทาเนยและแยมเองแบบง่ายๆ ในตอนเช้า สอนเขาทำก่อนแล้วค่อยๆ ฝึกให้ทำเอง แล้วฝึกทำขนมปังห่อไปเองได้ (คือแม่สบายเลย อิอิ) พอนาดีนโตสักนิดก็ให้ฝึกทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือเจียวไข่แบบง่ายๆ สอนให้ใช้มีด ความร้อน น้ำมัน เตาอย่างระวังและรู้จักโทษของมันเพื่อว่าเขาจะได้ใช้มันอย่างระมัดระวังค่ะ

ตอนนี้ฝึกนาดีนทำอาหารแบบไม่ต้องปรุงมาก เช่นลาบหมู ด้วยความที่นาดีนอาจจะเห็นแม่เดียกินอาหารอีสาน มีรสจัด นาดีนเริ่มขอชิม (คงจะเห็นแม่กินทุกวัน เช่นส้มตำแล้วคงสงสัยว่ากลิ่นอาหารแรงแต่ไม่บอกอร่อย เลยอยากลองบ้าง ฮ่าๆ) ถือเป็นเรื่องดีเพราะลูกได้มีโอกาสกินอาหารหลายๆ ชนิด เวลาไปต่างบ้านต่างเมืองจะได้อยู่รอดเป็นเพราะเด็กบางคน เลือกกิน ไปไหนมาไหนลำบาก แต่แม่เดียพยายามไม่ให้ลูกกินอาหารรสจัดเกินไป ด้วยวัยและผลเสียของอาหารรสจัดมันมีอยู่มากเช่นกันค่ะ พอเราปลูกฝังลูกให้ทำอาหาร แน่นอนไม่ต้องห่วงว่าเขาจะอดตาย เอาตัวรอดไม่ได้ แถมเวลาเราเข้าครัว สิ่งที่ได้อีกอย่างคือพอเขาเห็นเราทำอาหาร เขาจะเข้ามาขอช่วยเป็นลูกมือเสมอ”

din026 din009 din006การเป็นคุณแม่ไทยในต่างแดนนี่มีอุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกไหมคะ

“อุปสรรคมีมากเลยค่ะ ด้วยความที่ประเพณี วัฒนธรรม สภาพแวดล้อมสังคม ความเป็นอยู่ที่เยอรมันต่างกับไทยอย่างสิ้นเชิง อะไรห้ามทำ ห้ามโน่นนี่นั่น กฎหมายคุ้มครองเด็กที่เยอรมันแข็งแรงมาก จริงจังแม้แต่การเป็นพ่อแม่เองก็ห้ามตีลูก ถือว่ามีความผิด รัฐบาลสามารถจัดการคนเป็นพ่อแม่ได้เลยโดยไม่ต้องอ้างเหตุผลใดๆ ดังนั้นแม่เดียต้องคิดแล้วว่าจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้เชื่อฟังและเติบโตในคำสอนของพ่อแม่โดยอยู่ภายใต้กฎหมายและระบบไทยผสมฝรั่งให้ได้

เอาจริงๆ ระบบเลี้ยงลูกแบบฝรั่งก็ดีแต่มีข้อเสียสำหรับคนไทยที่เติบโตมาแบบไทยเช่นแม่เดียเหมือนกันค่ะ ฝรั่งจะมีความเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป หัวดื้อรั้น ไม่ฟังใคร พออายุครบ 18 มีวุฒิภาวะแล้วพ่อแม่จะไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวในตัวลูกทันที ไม่ว่าลูกจะเลือกทำสิ่งผิดก็ตาม… สิ่งที่แม่เดียกำลังคิดคือ ตอนนี้ลูกเราอายุยังน้อย เป็นไม้อ่อนที่ดัดง่าย ดังนั้นไม่ควรรีรอชักช้าในการใส่ใจปลูกฝังสิ่งที่ดีให้แก่ลูก ให้มีมารยาท ให้อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เอาเปรียบใคร ไม่เสียเปรียบใคร และให้ฉลาดทันคน ให้รักและเคารพพ่อแม่ ให้นำสิ่งดีๆ ที่พ่อแม่สอนไปใช้ชีวิตเติบโตได้ ให้มีอิสระ ให้ตัดสินใจเองได้ เพราะฝรั่งเลี้ยงต่างตากใจมาก (หัวเราะ) เราต้องพยายามให้เขาเป็นคนไทยในด้านดีๆ ในระบบเมืองฝรั่งให้ได้เช่นกัน บางทีไม่ง่ายอย่างที่คิดค่ะ แต่แม่เดียพยายามปลูกฝังใส่ใจทุกอย่างกับเขาให้เต็มที่ โดยส่วนตัวเชื่อว่าการเริ่มต้นที่ดี…มีชัยไปกว่าครึ่ง”

din022 din021 din008 din018สิ่งที่คิดในยามท้อแท้

“ลูก สามี และครอบครัวที่ไทยคือกำลังใจในยามท้อแท้มากที่สุด แม่เดียบังเอิญได้ใช้ชีวิตโชกโชนมากถ้าเทียบกับช่วงอายุวัย และเพื่อนในวัยเดียวกัน เจอเรื่องราวหนักหนาสาหัสและความทุกข์มาเยอะมาก แต่ก็ผ่านมาได้ โชคดีที่ตัวเองเป็นคนมองโลกแง่ดีและเป็นคนตลก มันเลยทำให้ผ่านจุดนั้นมาได้ ได้รู้จักธรรมะ อันนี้ต้องยกความดีให้คุณพ่อตัวเอง ท่านพาเข้าวัดฟังธรรมตั้งแต่แม่เดียเด็กๆ สิ่งที่เราโดยถ่ายทอดและปลูกฝังด้านดี แม่เดียได้นำสิ่งเหล่านั้นมาถ่ายทอดให้ลูกๆ นาดีนดาเนียลอีกที ธรรมะช่วยชี้นำทางสงบและแนวทางการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี อันนี้แนะนำนะคะ ว่าธรรมะอยู่ในใจ ให้เรานำออกมาปฏิบัติ นำมาใช้กับชีวิตเราโดยไม่ต้องใช้เงินสักบาทสร้างบุญหรือกุศล ถ้าเราปฏิบัติดีทำดี เราสร้างบุญกุศลโดยไม่ต้องไปวัดเลยค่ะ อีกสิ่งหนึ่งที่นึกถึงมากที่สุดในยามท้อแท้คือ นึกถึงคนที่เขาลำบากกว่าเรา เจอปัญหาหนักกว่าเรา เขายังผ่านมันไปได้ ดังนั้นแม่เดียเชื่อว่าเราก็ต้องผ่านมันไปได้เช่นกันค่ะ”

din012 din014 din011วางแผนอนาคตไว้ยังไง จะพาน้องๆ กลับไทยไหมคะ

“เรื่องกลับไทย ตอนนี้ทำได้แค่ไปช่วงเด็กๆ ปิดเทอม ส่วนระยะยาวถาวรนี่ต้องคิดเยอะเลยค่ะ ด้วยความที่สามีเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน อาจจะมีการโยกย้ายงาน การลงทุนในฐานลงทุนต่างประเทศ ดังนั้นยังไม่แน่นอนเรื่องการย้ายถิ่นฐาน แต่สามีรักเมืองไทย สามีอยากกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่นั่น แต่แม่เดียก็ยังไม่ได้ตัดสินใจค่ะ เพราะตัวเองก็รักทั้งไทยและเยอรมัน (หลายใจ ฮ่าๆๆ) แต่ด้วยความที่คุณภาพชีวิตสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยของเยอรมันดีกว่าไทยมาก ณ ตอนนี้ยังเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ค่ะ ในอนาคตอันใกล้ สามีมีการลงทุนใหม่ในตลาดเอเชียอาจจะต้องย้ายหรือไม่ ต้องคิดดูดีๆ ก่อน เพราะสามีเดินทางบ่อย ถ้าหากต้องแยกกันอยู่ด้วยหน้าที่การงาน ซึ่งถ้าแยกก็คงเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะทำค่ะ”

din017

din004

din005ฝากถึงคนที่กำลังจะต้องไปอยู่ต่างแดน หรือต้องเลี้ยงลูกไกลบ้าน

“อยากฝากคนไทยที่ต้องไปอยู่ในต่างแดน สิ่งที่แม่เดียเจอและเจ็บปวดที่สุดคือการที่คนไทยดูถูก… ดูถูกเมืองไทย บ้านเกิดตัวเอง หลงความเป็นฝรั่งจนเกินไป คือโดยส่วนตัวแม่เดียคิดว่าอยากให้คนไทยมองโลกให้กว้าง อย่าอัคติ มองให้เห็นข้อเท็จจริงว่าเมืองนอกไม่ได้ดีไปทุกอย่าง ฝรั่งไม่ได้รวยหรือดีทุกคน คนไทยไม่ได้โง่หรือแย่ทุกคน เมืองไทยไม่ได้แย่ไปเสียทุกอย่าง ให้มองตามความเป็นจริง อย่าเหมารวม อยากให้แยกแยะ ดึงข้อดีมาใช้ ให้พิจารณาข้อเสียปรับปรุง ไม่ว่าเรื่องใดๆ ของประเทศไหนๆ ให้ใช้ประสบการณ์จากตัวเองหรือคนอื่น เอามาเรียนรู้และปรับตัวเองให้ดีขึ้น

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเสมอ… จุดเริ่มต้นทุกอย่างคือตัวเรา การเลี้ยงลูกเมืองนอก เราต้องเข้มแข็ง อดทนให้มาก สิ่งที่เราทำไม่สูญเปล่าแน่นอนค่ะ อย่างนั้นเราจะไม่เสียใจย้อนหลังว่าทำไมเราไม่ทำอย่างนั้น อย่างนี้ เพราะอย่างน้อยเราเลือกที่จะทำได้แล้ว

สุดท้ายแม่เดียอยากฝาก และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ไม่ว่าใครจะเจอเรื่องทุกข์หนักขนาดไหน กำลังใจให้ตัวเองมันสำคัญและมาก่อนกำลังใจจากคนอื่นเสมอ …คือถ้าคุณอ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง ยืดยันด้วยตัวเอง ต่อให้คนทั้งโลกมาให้กำลังใจคุณหรือมาฉุดคุณขึ้น มันก็ไม่ขึ้น ทุกคนมีช่วงเวลาทุกข์ สุขเหมือนกันทุกคน แต่เราเพียงไม่มีโอกาสได้เห็นหรือรับรู้ และที่สำคัญคุณจะเลือกเผชิญกับปัญหาและความทุกข์ด้วยรอยยิ้มแบบมีสติ หรือความเศร้าและคราบน้ำตา หลายคนที่ติดตามแม่เดีย ทุกโพสต์อยากให้คนอ่านมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะมากกว่าอ่านแล้วเศร้าหดหู่ จนหลายๆ คนคิดว่าเรากลายเป็นคนไม่มีความทุกข์เลย แม่เดียตอบเสมอว่า มีความทุกข์เช่นเดียวกับทุกคน แต่ความทุกข์ของแม่เดีย แม่เดียมักจะยิ้มรับปัญหา คิดแง่บวก และให้กำลังใจตัวเองเสมอ หนักแค่ไหนเราก็จะผ่านมันไปได้ค่ะ (ยิ้ม)”

din021

สุดยอดไปเลยใช่มั้ยคะกับเทคนิคดีๆ ของ ‘แม่เดีย’ กับการเลี้ยงลูกในต่างแดน Thai Idol เชื่อว่าในน้องนาดีนและดาเนียลจะเติบโตมาเป็นเด็กดีที่มีคุณภาพอย่างแน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจแม่เดียและทุกๆ คนที่อยู่ต่างแดนนะคะ ติดตามคุณแม่เดียได้ที่ FB Nadine Daniel เลยจ้า

สำหรับวันหน้า Thai Idol จะพาไปพบกับใครนั้น อย่าลืมติดตามกันนะคะ

แรงบันดาลใจอื่นๆ :: www.thaiidol.com

สงวนลิขสิทธิ์ห้ามนำบทความไปคัดลอกหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก www.thaiidol.com