ต้น สุรยุทธ วิไลลักษณ์ นักธุรกิจหนุ่มไฮโซมาดเซอร์

ต้น สุรยุทธ วิไลลักษณ์ นักธุรกิจหนุ่มไฮโซมาดเซอร์

วันนี้เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่แต่มีประสบการณ์ทำธุรกิจมาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ และได้ประสบความสำเร็จหลายธุรกิจมากด้วยความคิดดีๆ คุณสุรยุทธ วิไลลักษณ์ หรือ คุณต้น Young Millionaire Nation ปี 2000 นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อสุดเซอร์ที่ปัจจุบันคุมบังเหียนบริษัทมากมาย ด้วยนามสกุลตระกูล วิไลลักษณ์ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจมูลค่าหลายหมื่นล้าน (สามารถ คอร์ปอเรชั่น , iMobile) ทำให้หลายคนอาจคิดว่าเป็นลูกหลานเศรษฐีที่ทำธุรกิจจากเงินที่มากมายเป็นทุน แต่แท้จริงแล้ว เขาได้ให้สัมภาษณ์กับเราว่า ทุกบริษัทที่เค้าก่อตั้งมานี้เป็นผลงานการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ทั้งสิ้นซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกับที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเลย
ธุรกิจที่คุณดูแลอยู่ตอนนี้มีอะไรบ้าง มากมายหลายสิ่งเชียว   

ตอนนี้ผมก็ยังแบ่งเวลาดูธุรกิจของผมเองทุกตัวนะครับ ถ้าแบ่งหลักๆธุรกิจของผม ผมจะชอบแบ่งเป็น ธุรกิจที่อิงกับปัจจัยสี่ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อมีเดียครับ อย่างปัจจัยสี่ เองก็มี หมวดธุรกิจอาหาร Catering ส่วนหมวดยา อันนี้ผมมีบริษัทที่ผมโฟกัสอยู่ชื่อ ไวต้าอีส ซึ่งจำหน่ายยาและอาหารเสริมแบบไฮเอนด์ ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ และบรรจุในไทยด้วยมาตรฐาน GMP (ORYZ , Vita Collagen , EANA เอน่า ฯลฯ)รวมไปถึงเครื่องสำอางค์ หมวดความสวยความงามของสุภาพสตรี ไวต้าอีสเอง ก็มีช่องทางจัดจำหน่ายหลายช่องทาง เช่น ช่องทางขายตรงอย่าง Vitaeast network อีกทั้งแบบผ่านตัวแทนในไทย และต่างประเทศ ถ้าเป็นหมวดที่อยู่อาศัย หรืออสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งที่ในธุรกิจในเวลานี้ที่ผมให้ความสำคัญและสนใจมากๆ เป็นบริษัทที่ผมได้เข้าร่วมทำกับพี่ๆและผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ในด้านนี้โดยเฉพาะ โดยเริ่มจากการซื้อขายที่ดิน และรับทำโครงการก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งเริ่มจากโครงการระดับเล็กๆของเรากันเองแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ส่วนธุรกิจมีเดีย นั้นเราทำมาเป็นสิบๆปีแล้วทั้งแบบที่เป็นสื่อของเราเอง และรับผลิต แบ่งเป็น งานโปรดักชั่นสื่อทีวีโฆษณา และทางด้านไอที ซอฟท์แวร์ และธุรกิจออนไลน์ครับ


รู้สึกว่ายังไม่หมดนะ เพราะก่อนสัมภาษณ์วันนี้ทีมงานได้ทำการ Search ข้อมูลบริษัท และชื่อของคุณแล้วเราเจออะไรมากมายในเว็บ อย่างเช่น งานอะไรทำไมมีภาพข่าวกับดาราเซ็กซี่ แล้วก็เกมส์ออนไลน์ด้วยหรือเปล่า


(หัวเราะ) ครับ จริงๆแล้วก็มีอีกหลายธุรกิจนะครับที่ผมเองมีหุ้นอยู่กับพรรคพวกด้วย เช่น ธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้า ส่วนภาพดาราอย่างที่บอกครับว่า เรามีบริษัทที่อยู่ในไลน์ของธุรกิจบันเทิงด้วยครับ จริงๆที่เป็นนักร้องนักแสดงก็มีนะครับ ส่วนที่เห็นภาพดาราเซ็กซี่นั้นเพราะนักข่าวให้ความสนใจกับข่าวแบบนี้มากกว่าครับ สำหรับ เกมส์นั้น (Godtower.com) เรียกว่าเป็น งานอดิเรกดีกว่าครับ ช่วงนั้นอยากทำเกมส์คนไทยให้ฝรั่งลองเล่นกันบ้าง (ปัจจุบันมีผู้ลองเล่นแล้วกว่า 181 ประเทศทั่วโลก)


 


แล้วธุรกิจแรกของคุณคืออะไรกันแน่ เป็นอย่างไรบ้าง

ถ้าไม่นับวาดเกมส์ขายให้เพื่อนๆเล่นตอนเรียนมัธยมล่ะก็ คงเป็นบริษัทรับทำเว็บไซต์ครับ เริ่มทำตั้งแต่เรียนจบหมาดๆ สมัยที่ Netscape เป็น Browser หลักอยู่เลย เน้นไปที่ระบบ e commerce ช่วงนั้นตอนแรกๆเรารับทำให้กับ ร้านดอกไม้ ร้านผ้าไหม ร้านขายของส่งออกต่างๆประเทศ พอเราทำให้ร้านเค้าทุกขั้นตอน แบบที่ตั้งใจให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ผลตอบรับก็ออกมาดีทางร้านเองก็ได้ลูกค้าใหม่ๆเปิดตลาดในต่างประเทศ เราเองก็ได้ศึกษาจากแนวความคิดเจ้าของตั้งแต่กิจการขนาดเล็ก ไปถึงใหญ่ รวมถึงค่าสถิติต่างๆที่ได้มา ก็มาช่วยเสริมความมั่นใจให้เราลงทุนผลิตสินค้าทำตลาดออนไลน์เองต่อมา 


แล้วตอนนี้จะเปิดบริษัท หรือเริ่มโครงการอะไรใหม่ๆเพิ่มอีกไหม


สำหรับผมแล้วก็ไม่ได้ปิดกั้นนะครับ เพราะว่ามีธุรกิจน่าสนใจเข้ามาหาอยู่ตลอดเวลา เราเลยต้องเลือกที่น่าสนใจจริงๆเท่านั้น เพราะตอนนี้คิวงานของผมก็ค่อนข้างแน่นมากๆ ถ้าจะมีโครงการใหม่ๆที่เกิดขึ้นจริงน่าจะเป็นการต่อยอดจากบริษัทเดิมที่มีอยู่มากกว่าครับ


บริหารเวลาอย่างไร ถึงทำอะไรหลายๆอย่างได้แบบนี้


จริงๆแล้วนอกจากการที่เราต้องมีระบบการทำงานที่ดี หรือเครื่องมือช่วยในการทำธุรกิจในยุคนี้อย่างเทคโนโลยีสื่อสารออนไลน์แล้ว ผมว่าก็ต้องขึ้นกับ Mindset ของเราเองนะด้วยครับ ผมขอเล่าแบบนี้ครับ คนเรามี 24 ชั่วโมงเท่าๆกัน ถ้า 8 ชั่วโมงแรกมีไว้สำหรับนอน 8 ชั่วโมงต่อไปมีไว้สำหรับการทำงานหลัก เพราะฉะนั้นอีก 8 ชั่วโมงสำหรับงานอดิเรกที่เหลือนั่นแหล่ะครับ ที่ช่วยบ่งชี้ว่าคุณจะเป็นอะไร บางคนอาจจะเลือกเที่ยวพักผ่อน บางคนอาจจะเลือกเล่นกีฬา แต่สำหรับผมส่วนใหญ่เลือกจะทำธุรกิจเท่านั้นเอง


ตอนนี้ถ้าให้แนะนำธุรกิจที่น่าสนใจให้เราสักหนึ่งธุรกิจล่ะ


อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับผมเลยนะครับ ผมไม่ขอตอบด้วยทฤษฎีล่ะกันนะครับ เพราะจริงๆแล้วประเภทธุรกิจเดียวกัน ก็มีทั้งผู้ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น จะเปิดร้านอาหารที่ทุกคนต้องทาน ก็ไม่แน่เสมอไปที่จะมีกำไรมากกว่าการผลิตเกมส์ฆ่าเวลาราคา .99$ ให้คนโหลด ถ้าจะให้แนะนำล่ะก็ผมจะแนะนำให้ทำธุรกิจที่ตัวเองรัก และมีความสุขที่อยู่กับมันได้ทั้งแบบที่มีปัญหา และไม่มีปัญหา แล้วค่อยใส่ความตั้งใจ ความสร้างสรรค์และเป็นมืออาชีพให้กับธุรกิจดีกว่าครับ



แบบนี้ถ้าเราได้เลือกธุรกิจมาแล้ว คุณมีเทคนิคอะไรจะแนะนำเราบ้างไหม

ความต่าง คือ มาร์จิน (ผลกำไร) คุณควรที่จะหาจุดเด่น ความแตกต่างที่ดีเหนือคู่แข่งในธุรกิจของคุณให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก ที่สำคัญ ถ้านี่เป็นการเริ่มต้นก้าวแรกของคุณ คุณต้องรู้จักธุรกิจของคุณทุกแง่ทุกมุมทุกแผนกชนิดที่ว่าคุณสามารถทำแทนทุกตำแหน่งได้ยิ่งดี และคุณต้องจินตนาการธุรกิจ หรือสินค้าคุณออกได้ว่ามันจะเติบโตไปในทิศทางใด เป้าหมายของมันเป็นอะไร ถึงขั้นการต่อยอด แตกกิ่งก้านกันไปเลย


แบบนี้คุณเคยประสบปัญหาในการทำงานบ้างหรือไม่


ผมว่าขึ้นชื่อว่างานคงต้องมีปัญหาแน่นอนอยู่แล้ว มันอยู่ตรงที่คุณต้องอยู่ท่ามกลางปัญหาได้โดยไม่มีปัญหา หยิบกระดาษมาแผ่นนึง แล้วลองลิสต์หัวข้อปัญหาที่เกิดขึ้น และคิดว่ากำลังจะเกิดขึ้นลงไปด้านซ้าย ส่วนด้านขวาก็ใส่วิธีแก้ปัญหานั้นๆดู ทำไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่ายิ่งจำนวนปัญหาในหน้ากระดาษมีมากเท่าไร ปัญหาที่เหลืออยู่ก็มีจำนวนน้อยลงเท่านั้น ทีนี้คุณจะกลัวอะไรล่ะในเมื่อปัญหาเกือบทั้งหมดนั้น คุณก็ได้เตรียมตัวรับมือด้วยวิธีที่คุณรู้มาก่อนหน้าแล้ว บางทีคุณยังมีเวลาเหลือสำหรับคิดเล่นสนุกๆเลยว่าจะมีปัญหาอะไรมาให้แก้อีกไหมหนอ


แล้วเรื่องการเมืองกับการบริหารประเทศคุณมีความเห็นในเรื่องนี้ไหม


เรื่องการเมืองค่อนข้างซับซ้อน แล้วแต่จะคิดในมุมไหน ถ้าลองคิดแบบประเทศไทยเป็นบริษัท การเมืองก็คงมีหลายแผนกทีเดียว แผนกจัดซื้อ แผนกขาย แผนกบุคคล แผนกตรวจสอบ แผนกนำเข้าส่งออกสินค้า ผู้จัดการบางคนก็ทำยอดขาย บางคนก็แสวงหากำไร บางคนก็ทะเลาะกัน บางคนก็จับมือกัน ถ้าเปรียบเราเป็นลูกค้าเราก็อยากให้พนักงานบริษัทเหล่านี้ซื่อตรง และมีปณิธาน วิสัยทัศน์ที่ดี ตั้งใจทำงานเพื่อผลิตผลแห่งความสุขในทุกๆด้านให้กับลูกค้าดั่งที่เจ้าของบริษัทต้องการ


สำหรับการเปิดประชาคมอาเซียนล่ะ คุณมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง


ผมไม่ขอตอบแบบนักวิชาการล่ะกัน สำหรับนักธุรกิจผมว่าน่าจะเป็นอะไรที่สนุกและท้าทายขึ้น  คิดง่ายๆว่าจำนวนลูกค้าจาก 60 ล้านคนเพิ่มเป็น 600 ล้านคนเราจะทำอย่างไรให้ธุรกิจของเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านั้นได้ แน่นอนหากจะเข้าสู่ตลาดนี้เราจำเป็นต้องคิดวางแผนเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง แต่สำหรับใครที่มีความคิดและการทำงานแบบ Global อยู่แล้วก็คงจะได้เปรียบกว่ามากทีเดียว ส่วนใครที่อยู่เฉยๆจำนวนลูกค้าที่มีอยู่ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นลูกค้าของเพื่อนบ้านเรา เพราะฉะนั้นบางธุรกิจคงอยู่นิ่งไม่ได้แน่ จากที่คอยตั้งรับอย่างเดียวคงต้องมาวางแผนการรุกบ้างแล้ว


สุดท้ายคุณมีอะไรจะฝากถึงผู้อ่านบ้าง


If one can do , you can do สิ่งใดที่มนุษย์ทำได้ มนุษย์ย่อมทำได้ครับ



ต้น

นายสุรยุทธ วิไลลักษณ์ ประธาน บริษัท ไวต้าอีส เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจไวต้าอีส เกิดขึ้นมาประมาณ 6 เดือน โดยในวันนี้บริษัทมีความพร้อมเต็มร้อยที่จะนำพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต่อไป จึงได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการขึ้น เพื่อแบ่งปันสิ่งดีๆ สู่ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาต้องบอกว่าตนเองทำธุรกิจต่างๆ มามากมาย และแต่ละธุรกิจก็ล้วนประสบความสำเร็จและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจเครือข่ายไวต้าอีส จึงต้องประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เช่นเดียวกัน?
 
ส่วนนโยบายที่จะสร้างความสำเร็จให้กับบริษัทนั้น นายสุรยุทธ เปิดเผยว่า เริ่มแรกเลยก็คือ ต้องสร้างความเข้าใจให้คนทั่วไปทราบก่อนว่า ไวต้าอีสคืออะไร ซึ่งตนเอง มีปรัชญาในการเริ่มก่อตั้งบริษัท คือ สร้างธุรกิจเครือข่ายแห่งไลฟ์สไตล์ ให้นักธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยไลฟ์สไตล์ของตนเอง โดยจะมีระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น สมาชิกทุกคนไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อบริษัท บริษัทให้อำนาจการบริหาร และการตัดสินใจอยู่ในมือของพวกเขาเอง
 
ซึ่งจากปรัชญาดังกล่าว สุรยุทธ จึงเกิดแผนการตลาดในรูปแบบใหม่ โดยการดึง Partner หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจกว่า 100 บริษัท มาเข้าร่วม ตัวอย่างเช่น บริษัท CP Food, ธนาคารไทยพาณิชย์, บริษัทประกันภัย, เบตาโกร, ทรูมูฟ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยสร้างบัตร V-money ขึ้นเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ คือ ให้สมาชิกของไวต้าอีส นำเงินสดไปแลกเป็นบัตร V-money แล้วนำไปใช้กับร้านที่เข้าร่วมดังกล่าว ซึ่งจะทำให้สมาชิกได้คะแนนสะสม สามารถขึ้นตำแหน่ง และลุ้นสิทธิพิเศษต่างๆ ที่บริษัทจัดขึ้นมากมาย นอกจากนี้ ก็ยังมีบัตร V-call ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรศัพท์ของบริษัท โดยสมาชิกไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเบอร์ของตัวเอง คือใช้ การจดทะเบียน เปิด V-call เท่านี้พวกเขาก็จะได้คะแนนสะสมทุกครั้งที่ใช้โทรศัพท์
 
อย่างไรก็ดี ไวต้าอีสเองก็มีผลิตภัณฑ์คุณภาพ ซึ่งเป็นแบรนด์ของบริษัทหลายชนิด เช่นกัน โดยเป็นสินค้าที่นำเข้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลิตจากโรงงานซึ่งเป็นของบริษัท Partner โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนธุรกิจ มีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ 1.ผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ และ 2.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์ บริษัทจะเน้นสินค้าทางนวัตกรรม ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักที่มีอยู่ในขณะนี้ คือ เซรั่มบำรุงผิวหน้า แบ่งตามกรุ๊ปเลือด เพื่อประสิทธิภาพในการบำรุงผิว นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สเติมม์เซลล์ สกัดมาจากธรรมชาติ 3 ชนิด คือ กุหลาบพันปี, แอปเปิลเขียว และสาหร่ายทะเล ซึ่งตนมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะสามารถสร้างเครือข่ายสมาชิกในกลุ่มผู้หญิงเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน?
ส่วนผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเสริมอาหาร ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่เรียกว่า Oryz โดยเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณสมบัติ ช่วยปรับสมดุลเคมีในร่างกาย ลดความเครียด ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายแรงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ, ความดัน, เบาหวาน ฯลฯ ซึ่งหลังจากบริษัทก่อตั้งมาประมาณ 6 เดือน ปรากฏว่า ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้สามารถสร้างยอดขายให้ ไวต้าอีส ถึง 30 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ตนได้กำหนดกลยุทธ์ การตลาด เพื่อสร้างยอดขายในผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มดังกล่าวให้มีสัดส่วนเท่าๆ กัน ทั้งนี้คาดว่า ภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะผลิตและนำเข้าสินค้าให้ครบ 10 รายการ
Credit : นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1288

ไอดอลวันหน้าจะเป็นใครนั้น อย่าลืมติดตามนะคะ!

ไอดอลสวยน่ารัก CLICK

ไอดอลเซ็กซี่ CLICK

ไอดอลแรงบันดาลใจ CLICK

ไอดอลตลก CLICK

ไอดอลหมวดอื่นๆ CLICK

อยากเป็นไอดอล แนะนำไอดอล ส่งมาหาเราตามที่อยู่ด้านล่าง

http://www.thaiidol.com/idolcasting/คลิกที่นี่ หรือผ่านทาง th_minisetaFacebook : Thai Idol