รู้จักกับสาวเก่งเสียงทรงพลัง “ซี ธันยธร” ผู้หลงรักเสียงเพลง

รู้จักกับสาวเก่งเสียงทรงพลัง “ซี ธันยธร” ผู้หลงรักเสียงเพลง

หากพูดถึงเวทีการประกวดระดับโลกอย่างเวที WCOPA หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก แต่ถ้าหากพูดว่าเวทีที่ เก่ง ธชย ไปประกวดทุกคนคงร้องอ๋อออ ขึ้นมาทันที แต่วันนี้เราจะพาไปรู้จักสาวผู้หลงไหลในเสียงเพลงคนหนึ่ง นั่นก็คือ “ซี ธันยธร ไทยเจริญ” หญิงสาวที่ได้ไปประกวดในเวทีนี้เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังนำรางวัลกลับมาอีกด้วย Thai idol ขอนำเธอมาพูดคุยให้ทุกคนได้รู้จักในตัวตนของเธอให้มากขึ้นกันค่ะ

c11

แนะนำตัวได้มั้ยคะว่าชื่ออะไร และตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่

ชื่อ ธันยธร ไทยเจริญ ชื่อเล่นชื่อซีค่ะ ปัจจุบันโดยหลักแล้วเป็นนักแสดงละครเวทีอิสระ แต่ก็ทำงานอื่นๆด้วย เช่นงานเบื้องหลังต่างๆ กำกับลีลา ช่วยดูเรื่องการแสดง แล้วก็มีสอนร้องเพลงบ้างค่ะ ตอนนี้โปรเจคหลักที่ทำอยู่ก็มีเป็นนักแสดงละครเวทีเรื่องลอดลายมังกร แล้วก็เป็น producer ละครเวทีภาษาอังกฤษเรื่อง Almost, Maine ค่ะ

เห็นว่าคุณซีได้ไปประกวดรายการ WCOPA ที่อเมริกาด้วย เล่าให้เราฟังได้มั้ยคะ ว่าไปประกวดได้ยังไง และประกวดในด้านไหน

พอดีซีรู้จักกับพี่แนน สาธิดา ที่เคยไปประกวดมาหลายปีก่อนแล้วเคยคิดว่าวันนึงถ้ามีโอกาสก็อยากลองไปบ้างเพราะมันฟังดูน่าตื่นเต้น แล้วคงจะท่าทายตัวเองดี แล้วอยู่ๆก็มีน้องคนนึงที่รู้จักเค้าแชร์ใน Facebook ว่าปีนี้ประเทศไทยจะส่งทีมเข้าแข่งเป็นปีแรกแล้วมีการเปิดออดิชั่น ซีเลยลองสมัครส่งคลิปไป จนได้เข้ารอบสุดท้ายของการคัดเลือก แล้วในที่สุดก็ติดเป็นหนึ่งในตัวแทนทีมไทยที่ได้ไปค่ะ ซีประกวดด้าน Vocal (ร้อง) กับ Acting (การแสดง) ค่ะ เป็นคนไทยคนเดียวที่ได้ลงแข่งด้าน acting ค่ะ

บอกได้มั้ยคะ ว่าเพลงที่ใช้ในการร้องมีเพลงอะไรบ้าง

ซีประกวดร้อง 5 ประเภทค่ะ ใช้เพลงแต่ละประเภทตามนี้ค่ะ Broadway – The Sound of Music (from ‘The Sound of Music’) Contemporary – For the First Time in Forever (from ‘Frozen’) Open – Popular (from ‘Wicked) Pop – My Immortal (Evanescence) World Music – ฉันจะตามไปรักเธอ (จากละครเวที ซูสีไทเฮา เดอะ มิวสิคัล)

การประกวดครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ไปเวทีต่างประเทศหรือเปล่าคะ

ใช่ค่ะ จริงๆก็ถือเป็นเวทีใหญ่เวทีแรกที่เคยประกวดเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยประกวดอะไรเป็นจริงเป็นจังเลยค่ะ ส่วนมากจะแสดงละครเวที หรือร้องเพลงตามงาน

c12 c10 c9

ตอนที่รู้ตัวว่าได้ไปตื่นเต้นหรือกดดัน ว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือเปล่าคะ

ตื่นเต้นมากกว่าค่ะ จริงๆไม่ค่อยกดดันเลยค่ะเพราะว่าซีไม่ได้คาดหวังว่าต้องได้รางวัลหรืออะไรเลย แค่ผ่านเป็นตัวแทนประเทศได้ไปก็ดีใจมากๆแล้ว แต่ก็อยากทำให้ดีที่สุดเท่าทีตัวเองจะทำได้เพราะว่าอุตส่าห์ได้โอกาสตรงนี้ เลยพยายามซ้อมเยอะๆ มีวินัยกับตัวเองมากๆ จะได้ไม่รู้สึกเสียดายที่ได้ไปค่ะ แล้วผลจะเป็นยังไงก็แล้วแต่แล้ว คิดแค่ว่าถ้าเราทำแล้วเราโอเคกับตัวเอง มีความสุข และคนดูก็มีความสุขกับโชว์เรา ซีก็ดีใจแล้วค่ะ

ระหว่างร้องเพลงกับการแสดง คุณซีชอบด้านไหนมากกว่าคะ

เลือกยากจัง 555 จริงๆชอบทั้ง2อย่างพอๆกันเลยค่ะ เราอยู่กับทั้ง2อย่างตลอดเวลา วันไหนไม่ทำงานก็ยังเปิดเพลงฟังฮัมตาม หรือดูหนังดูละคร สำหรับซีมันคือการได้ทำในสิ่งที่เรารักทั้งคู่ ยิ่งเวลาเล่นมิวสิคัลนี่ได้ทำสองอย่างพร้อมๆกันเลย มันทำให้เราได้ปล่อยหลายๆมุมในตัวเราออกมาผ่านทางศิลปะ บางมุมก็เป็นมุมที่สังคมไม่ค่อยได้เห็นเราในทางนี้ แต่พอมันเป็นการแสดง เป็นการร้องเพลง เราก็สามารถสื่อมันออกมาได้โดยที่ไม่มีใครว่าเรา

คุณซีเริ่มรู้ว่าใจรักการร้อง การแสดงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ

จริงๆก็ทำมาตลอดตั้งแต่เด็กๆนะคะ ได้มีโอกาสเล่นละครเวทีที่โรงเรียนทุกปีตั้งแต่ประมาณ 6ขวบ ได้เล่นครั้งแรกก็ติดใจเลยค่ะ เลยออดิชั่นทุกปีเลย แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะทำเป็นอาชีพจริงจัง เพราะตอนเด็กๆเราไม่รู้ด้วยซ่ำว่ามันสามารถเป็นอาชีพได้ แล้วที่บ้านก็ไม่ได้มีใครทำงานหรือเรียนสายนี้เลย เลยทำมันเป็นงานอดิเรกตลอด ตอนเรียนมหาลัยก็ไม่ได้เรียนตรงสายนี้เพราะว่าตอนนั้นละครเวทีที่เมืองไทยยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับหรือมีมากขนาดนั้น แล้วตอนนั้นเรียนต่างประเทศแล้วเพื่อนๆฝรั่งก็แสดงเก่งๆกันทั้งนั้นเลย เราเลยกลัวสู้เค้าไม่ได้เลยไม่กล่าสมัครเรียน แต่อาศัยทำกิจกรรมเอาแทนเพราะใจยังชอบทางนี้อยู่ จนเรียนจบแล้วลองทำงานต่างๆดู แต่ก็ไม่มีงานไหนที่ทำแล้วมีความสุขจริงๆ จนมานั้งถามตัวเองว่ายังรักการร้องเพลง และการแสดงอยู่มั้ย คำตอบคือรักมาก เลยลองให้โอกาสตัวเองลุยทางนี้ดูซักตั้ง เริ่มไปออดิชั่นต่างๆ ที่ไหนมีละคร หรือมีงานร้องก็อาสาตัวเองเข้าไปขอช่วยไม่ว่าจะเป็นด้านไหนก็ตาม ไม่ว่าจะได้ค่าตอบแทนหรือไม่ เพื่อที่จะได้หาประสบการณ์ และรู้จักคนในแวดวงมากขึ้น เพราะซีเรียนต่างประเทศมาพอกลับมาเลยไม่รู้จักใครเลย เริ่มเรียนร้องเพลง และการแสดงจริงจังมากขึ้น และยิ่งเรียน ยิ่งได้ทำงานจริงๆ ก็ยิ่งรักมันมากขึ้นและทำให้รู้ว่าสิ่งนี้แหละคือสิ่งที่เรารักจริงๆ และเป็นสิ่งที่อยากทำไปตลอด และต้องทำให้เป็นอาชีพหลักให้ได้ คือเราไม่ได้เก่งที่สุด แต่เรารักมัน เราก็สามารถทุ่มเทให้มันได้โดยไม่รู้สึกลำบากอ่ะค่ะ

คุณพ่อคุณแม่และที่บ้านค้านเรามั้ยคะ เรื่องร้องเพลง เรื่องละครเวที

ซีโชคดีมากที่คุณแม่ที่ที่บ้านค่อนข้างเปิดกว้างค่ะ คือแรกๆเค้าก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่แต่ก็ให้ทำมาเรื่อยๆตั้งแต่อยู่โรงเรียน ไม่ได้ว่าอะไร แต่การเรียนต้องไม่ตก พอบอกพ่อ แม่ว่าอยากลองลุยมันดูจริงๆ เค้าก็มีนิดหน่อยค่ะ โดยเฉพาะคุณพ่อ คือเค้าไม่ได้ว่า แต่เค้าก็จะมีบอกว่า หางานทำที่มั่นคงหน่อยมั้ย ไปเรียนต่อดีมั้ย เหมือนช่วงแรกๆตอนเรายังไม่ค่อยมีงานมากเค้าก็จะคิดว่าเราเต้นกินรำกินไปวันๆ ไม่ได้ทำงานอะไร แต่พอเราเริ่มมีงานชิ้นใหญ่ขึ้น มีงานมากขึ้น และประสบความสำเร็จมากขึ้น เค้าก็ดีใจ เริ่มเข้าใจมากขึ้น และภูมิใจกับเรา เราก็รู้สึกดีที่ทำให้เค้าเห็นว่าเราก็ทำได้ สามารถทำสิ่งที่เรารักให้เป็นอาชีพได้ หาเงินด้วยตัวเองได้ ส่วนทางคุณแม่พอเห็นว่าเราตั้งใจจริงก็สนับสนุนเต็มที่ค่ะ

c8 c7 c6

เรียกว่าแม้ตอนแรกไม่ได้สนับสนุน แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นเราใช่มั้ยคะ

คือจริงๆเค้าก็ไม่ได้พูดกับเราตรงๆนะว่าเค้าไม่ได้สนับสนุน แต่เราก็พอดูออกจากคำพูดของเค้าค่ะ 555 แต่ซีว่ามันเป็นเพราะเค้าไม่เค้าใจในสิ่งที่เราทำและอยากทำมากกว่าค่ะ เพราะอย่างที่บอกที่บ้านหรือทางญาติๆก็ตามก็ไม่ได้มีใครมาสายนี้เลย ส่วนเป็นหมอ เป็นวิศวะกันหมดเลยค่ะ แต่พอเราอธิบายให้เค้าฟัง แสดงให้เค้าเห็นถึงความตั้งใจ แล้วความสำเร็จเค้าก็โอเคกับมันค่ะ

ตั้งแต่ทำงานสายนี้มา มีครั้งไหนมั้ยคะ ที่เจออุปสรรค จนท้อ อยากเลิกร้อง เลิกทำ

ช่วงปีแรกๆคิดบ่อยมากค่ะว่าเราจะทำได้มั้ย เลิกฝันแล้วกลับไปทำงานประจำดีกว่ามั้ย เพราะว่าไปออดิชั่นกี่ที่ก็ตกรอบตลอด มีงานก็ไม่สม่ำเสมอ เวลาว่างก็ฟุ้ง คิดเยอะ ร้องไห้ เครียด เหมือนยังเด็กอยู่ด้วย เลยเห็นเพื่อนๆ พี่ๆบางคนประสบความสำเร็จแล้วแต่เรายังไม่ถึงไหนเลย ร้องก็ไม่ได้เก่งเท่าเค้า แสดงก็ยังไม่ดี บอกตรงๆว่าท้อมากค่ะ แต่ก็ไม่เคยคิดจะถอยเพราะมาถึงขนาดนี้แล้วคิดว่าอย่างน้อยต้องทำให้ได้ แล้วพอเราเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น เรียนมากขึ้น ฝึกฝนมากขึ้น ก็เริ่มได้งานมากขึ้น บวกกับการที่เราโตขึ้นด้วย แล้วความคิดก็เปลี่ยนไป จากการที่เราคอยเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นว่าเราไม่ดีเท่าเค้า ไม่เก่งเท่าเค้า เรากลับมองเปลี่ยนไปว่าแต่ละคนมีทางเดินที่ต่างกัน ของเราอาจเริ่มช้ากว่าเค้าเพราะฉะนั้นมันไม่เกียวว่าเค้าประสบความสำเร็จเร็วกว่าเราเพราะเค้าอาจทำมานานแล้ว มันเทียบกันไม่ได้หรอก ถ้าคิดอย่างนี้ต่อไปเครียดตายเลย แล้วพอเราได้งานมากขึ้นเราก็ได้เข้าใจจริงๆว่าหลายๆครั้งการได้งานในวงการนี้มันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับงานชิ้นนั้นๆ ไม่ใช่ว่าเราด้อยหรือเก่งน้อยกว่าเค้า แต่ถ้าเราไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เค้าหาอยู่เค้าเอาเราไปเค้าก็ทำงานไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้คือคอยพัฒนาตัวเองต่อไป เราไม่มั่นใจในความสามารถเราก็ต้องฝึกมากขึ้น แข่งกับตัวเอง ไปออดิชั่นครั้งนี้ไม่ติด แทนที่จะกลุ้มใจก็เดินต่อไป เรียนรู้จากมันว่าเราคิดว่าเราทำดีมั้ยในมาตรฐานเรามั้ย โอเคกับมันมั้ย มีอะไรต้องแก้ไงแล้วก็จัดการกับมันซะ ไปออดิชั่นเรื่อยๆ ยิ่งตกรอบก็ยิ่งได้ประสบการณ์ คาดหวังน้อยลง ไปให้มันทุกงานเพื่อที่จะได้หายตื่นเต้น มีสติมากขึ้น พอเรายิ่งไม่คาดหวังเรากลับทำได้ดี เพราะเราไม่เครียด ได้ผ่านเข้ารอบลึกขึ้นทุกครั้ง พอยิ่งคิดอย่างนี้ยิ่งสนุกกับมัน ตกรอบก็ไม่ได้เครียดอะไร ตอนนี้เลยคิดว่ามันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น เป็นสิ่งที่ท่าทายเราที่เราอยากทำให้ได้ดีที่สุดเพราะเรารักมันและสนุกกับมัน มากกว่าที่จะคิดว่ามันน่ากลัวหรือเราไม่ดีพอ ทุกคนแตกต่างกัน ถ้าโอกาสมันมาแล้ว แลัวเราทำตัวเองให้พร้อมสำหรับโอกาสที่เข้ามาเสมอ ถ้ามันใช่และเป็นเวลาของเรา เดี๋ยวมันก็จะเป็นของเราเอง

อยากให้คุณซีแนะนำถึงคนอื่นๆ ที่รัก ชื่นชอบในการร้องเพลง แต่ว่าทางบ้านปิดกั้น ไม่สนับสนุนหน่อยค่ะ ว่าควรทำยังไง อธิบายยังไง

ถ้าเรารักในสิ่งนี้จริงๆ ก็อย่าหยุดทำมันค่ะ ทุกอย่างมีอุปสรรค์ทั้งนั้น ขึ้นกับว่าเราจะทำยังไงเมื่อเราเจอมัน ถ้ายอมแพ้ก็จบแค่นั้นตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย แต่ถ้าเราสู้ต่อไปก็มีโอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จ ถ้าเรามุ่งมั่น จริงใจ และทุ่มเทกับมันจริงๆ ซีเชื่อว่าสักวันเค้าก็จะเห็น เข้าใจเรามากขึ้น และยอมรับเราค่ะ เราต้องไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว ต้องทำให้เค้าเห็นด้วยว่าเราสามารถทำได้แบบที่เราตั้งใจ อาจต้องใช่เวลานานหน่อยแต่ซีเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราทำให้คนที่เรารักเห็นและยอมรับเราได้ มันจะคุ้มค่าและเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆเลย

c4 c3 c2 c

ถือว่าเป็นบุคคลที่น่าเอาเป็นตัวอย่างมากๆเลยนะคะ สำหรับคนที่ชื่นชอบในเสียงเพลง ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด แต่ก็ไม่หยุดทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ถ้าหากใครชื่นชอบ “ซี ธันยธร ไทยเจริญ” ก็สามารถไปติดตามกันได้ที่ IG : itsmesea แต่ถ้าหากใครมีไอดอลอยากแนะนำ สามารถส่งประวัติมาให้เราได้เลยนะคะ รับรองว่าอ่านทุกฉบับ ไม่มีตกหล่นแน่นอน

รูปภาพจาก IG : itsmesea

ไอดอลวันหน้าจะเป็นใครนั้น อย่าลืมติดตามนะคะ!

ไอดอลสวยน่ารัก CLICK

ไอดอลเซ็กซี่ CLICK

ไอดอลแรงบันดาลใจ CLICK

ไอดอลตลก CLICK

ไอดอลหมวดอื่นๆ CLICK

อยากเป็นไอดอล แนะนำไอดอล ส่งมาหาเราตามที่อยู่ด้านล่าง

http://www.thaiidol.com/idolcasting/คลิกที่นี่ หรือผ่านทาง th_minisetaFacebook : Thai Idol

สงวนลิขสิทธิ์ห้ามคัดลอกบทความไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก www.thaiidol.com